CALL CENTER : 021295555

ภาวะเบาหวานในสตรีตั้งครรภ์

ภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ 
ภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ (Gestational diabetes) หมายถึง เบาหวานที่เกิดขึ้นและได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากขณะตั้งครรภ์ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้การทำงานของอินซูลินเสียไปหรือดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ

ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวานก่อนตั้งครรภ์ (Pre-gestational diabetes) คือสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งในบางรายอาจไม่เคยตรวจพบมาก่อน

ปัจจัยเสี่ยง

  • มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นเบาหวาน
  • เคยคลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกเกิดตั้งแต่ 4 กิโลกรัมขึ้นไป
  • ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก
  • เคยมีภาวะเบาหวานแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน
  • น้ำหนักมากตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือระหว่างตั้งครรภ์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก
  • มีโรคประจำตัวเดิม เช่น ความดันโลหิตสูง
  • เคยตั้งครรภ์แล้วทารกเสียชีวิตในครรภ์โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาจพบน้ำตาลในปัสสาวะเมื่อมาฝากครรภ์

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

หากเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ ในส่วนของผลเสียต่อมารดา ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษจากความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ภาวะน้ำคร่ำมาก ทารกในครรภ์ตัวโตเพิ่มโอกาสในการบาดเจ็บทางช่องคลอด ทารกบาดเจ็บในขณะคลอด หรือภาวะตกเลือดหลังคลอด ในส่วนของทารกพบว่ามีโอกาสเกิดความผิดปกติของการหายใจหลังคลอดมากกว่าทารกทั่วไป เพิ่มความเสี่ยงทารกเสียชีวิตในครรภ์โดยไม่ทราบสาเหตุ และมารดาที่มีเบาหวานก่อนตั้งครรภ์และคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จะเพิ่มความเสี่ยงของความผิดปกติของทารกในครรภ์และมีโอกาสแท้งบุตรได้

การป้องกัน

หากเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนมีบุตร หากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ และตรวจคัดกรองอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ เพื่อรับการวินิจฉัยและได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม  จะสามารถช่วยลดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้   

 

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่

เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์ทันที เมื่อฝากครรภ์ครั้งแรกแพทย์จะประเมินว่าอยู่ในกลุ่มเสียงหรือไม่ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงจะทำการตรวจเบาหวาน โดยการให้ดื่มน้ำตาลแล้วเจาะเลือดตามเวลาที่กำหนด โดยการตรวจอาจตรวจตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก หรืออายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ ในรายที่ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ และส่งพบแพทย์อายุกรรมและนักโภชนาการเพื่อร่วมดูแลตลอดการตั้งครรภ์

ดูแลอย่างไรเมื่อมีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อทั้งมารดาและทารก เช่น ครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด คลอดยาก ทารกมีตัวเหลืองหลังคลอดเนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยการคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเจาะน้ำตาลปลายนิ้วทุกวัน หากควบคุมเบาหวานด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ไม่ได้ผลเท่าที่ควร แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาอินซูลินแบบฉีดเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการและควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์

รับประทานอาหารอย่างไรเมื่อมีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

  • จำกัดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต (แป้งหรือน้ำตาล) รวมถึงจำกัดการรับประทานผักพวกหัว เช่น มันเทศ มันฝรั่ง
  • เพิ่มอาหารจำพวกผักและผลไม้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักใบเขียวที่เป็นแหล่งชองวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร หากเป็นผลไม้ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด
  • เพิ่มอาหารจำพวกโปรตีน เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ขาว เต้าหู้ นมจืดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย เพื่อเสริมความต้องการของร่างกาย

 

สตรีที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์มักจะหายจากเบาหวานหลังคลอดบุตร หากแต่สตรีที่มีภาวะดังกล่าวมักมีแนวโน้มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้สูงในอนาคตเมื่อเทียบกับสตรีตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นเบาหวาน ดังนั้นสตรีที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และเฝ้าระวังด้วยการคัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานด้วยการตรวจระดับน้ำตาลทุก 1-3 ปี ตลอดชีวิต