CALL CENTER : 02 625 6500

ประสาทหูเทียม... ช่วยเปิดโลกที่ไร้เสียงให้กว้างขึ้น

“คนเราเรียนรู้ได้ด้วยเสียงเป็นอันดับแรก ไม่ใช่การมองเห็น เสียงต้องมาก่อน การพัฒนาของมนุษย์ต้องพึ่งพาเสียงจากการได้ยินเป็นสำคัญ” – นพ. เกียรติยศ โคมิน แพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก

จากสถิติทั่วโลกพบว่า ประชากรทุก 3, 000 ราย มี 1 รายที่มีความบกพร่องทางการได้ยินทั้งสองข้าง ส่วนสถิติของประเทศไทยพบว่า ประชากรที่มีปัญหาดังกล่าวประมาณ 200,000 ราย และกว่า 300,000 รายไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้ประชากรเหล่านี้ขาดความมั่นใจ หรือมีข้อจำกัดต่อการใช้ชีวิตประจำวันตลอดการเข้าสังคม เนื่องจากประชากรที่มีปัญหาดังกล่าวมักสื่อสารผ่านภาษามือ (อวัจนภาษา) แทนการใช้เสียงพูด (วัจนภาษา) ในกลุ่มผู้บกพร่องทางการได้ยิน ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารภาษามือ (Interpreter) เพื่อนและครอบครัวของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเท่านั้น

ปัจจุบันวิวัตฒนาการทางการแพทย์ด้านการรักษาผู้บกพร่องทางการได้ยินมีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงช่วยให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการตรวจการได้ยินของเด็กแรกเกิดว่ามีปัญหาด้านการได้ยินหรือไม่ หากพบความผิดปกติก็สามารถช่วยเหลือให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินได้ทันที จากเดิมผู้ปกครองจะทราบว่าบุตรมีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็ต่อเมื่อบุตรมีอายุ 3-4 ขวบแล้ว และส่วนใหญ่จะยอมรับชะตากรรมด้วยการส่งบุตรเรียนการศึกษาพิเศษที่สอนการใช้ภาษามือ ทำให้เด็กเหล่านั้นขาดโอกาสในการฝึกทักษะการสื่อสารด้านอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กว้างขวางและเข้าใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารด้วยการใช้เสียงพูด ซึ่งอาจทำให้เด็กเหล่านั้นขาดโอกาสในการใช้ชีวิตประจำวันและการเข้าสังคมได้ในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันมีการรักษาที่สามารถช่วยให้ผู้สูญเสียการได้ยินกลับมาได้ยินเสียงอีกครั้ง การรักษาดังกล่าวมีชื่อภาษาไทยเรียกว่า “ประสาทหูเทียม” หรือภาษาอังกฤษเรียกกันว่า “Cochler implant” โดยเครื่องประสาทหูเทียมจำทำหน้าที่เสมือนลำโพง ช่วยขยายเสียง โดยเสียงจะเดินทางไปในหู กระดูกหู สั่นแก้วหู และเข้าไปในกระดูกก้นหอยซึ่งข้างในจะมีขนเล็กๆในกระดูกก้นหอย หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Hair cells ทำหน้าที่แปลงพลังงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นเส้นประสาท และส่งต่อไปยังสมองแปลความหมาย ในกรณีที่สูญเสียการได้ยิน (หูหนวก)  Hair cells ไม่สามารถส่งสัญญาณไปยังสมองได้ ประสาทหูเทียมจึงทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นเส้นประสาทแทน ทำให้ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถกลับมาได้ยินอีกครั้ง โดยเฉพาะเด็กที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิดที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาก่อนอายุ 5 ขวบ ทำให้เด็กเหล่านั้นสามารถพัฒนาด้านการเรียนรู้และการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ และใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติได้

ทั้งนี้การใส่ประสาทหูเทียมนี้มีข้อจำกัดบางประการ เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องประเมินถึงสภาพของการได้ยิน ทักษะด้านภาษา (มักมีข้อจำกัดในผู้ที่ใช้ภาษามือมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ขาดทักษะด้านการฟังหรือการพูด) รวมถึงหินปูนที่เกาะในหูชั้นใน ส่งผลให้หูชั้นในตัน ทำให้ผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินสูง

ส่วนประสิทธิผลในด้านการได้ยินเสียงหลังการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการฝึกทักษะการฟังและการพูดหลังการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการเรียนรู้และการสื่อสารของผู้ที่มีความบกพร่องด้านการได้ยินมาก่อน

 

บทความโดย :

นพ. เกียรติยศ โคมิน
แพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก  โรงพยาบาลปิยะเวท