

อาหารมัน...ความเสี่ยงการเกิด "นิ่วในทางเดินน้ำดี"
ปัจจุบันสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนตาม การทำงานแข่งกับเวลาส่งผลให้เราต้องรับประทานอาหารที่ไม่มีสารอาหารเพียงพอ และมีคุณค่าพอที่จะทดแทนอาหารมื้อหลักได้ หรืออย่างที่เราเรียกว่า “ฟาสต์ฟู้ด และ จั๊งค์ฟู้ด ” เป็นอาหารที่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เบอร์เกอร์ ไก่ทอด มันฝรั่งทอด ฮอทดอก พิซซ่า น้ำอัดลม ที่จะเน้นหนักไปด้วย แป้ง ไขมัน น้ำตาล เกลือ และหากรับประทานบ่อยๆ สะสมมากขึ้นจะเป็นตัวเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย
สิ่งที่จะตามมาก็คือ โรคอ้วน เบาหวาน และอีกมากมายหนึ่งในนั้นก็คือ โรคนิ่วในทางเดินน้ำดี พบได้ประมาณ 5 – 10% ของประชากร และพบมากในเพศหญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มากกว่าในเพศชาย 2-3 เท่า และจะพบมากเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น
อาการที่แสดงก็คือ ท้องอืด แน่นท้อง ปวดเสียดท้อง และอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาทิ ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน นิ่วในท่อน้ำดี ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ลำไส้อุดตัน โดยอาการเริ่มต้นมักจะมีอาการปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ ตัวเหลือง ตาเหลือง
การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น อาจทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อยืนยันการพบนิ่วในถุงน้ำดี และหากพบนิ่วในท่อน้ำดีก็จะใช้วิธีการส่องกล้องผ่านทางเดินอาหาร (จากปากไปถึงลำไส้เล็ก) เพื่อเอานิ่วในท่อน้ำดีออก เรียกวิธีนี้ว่า อีอาร์ซีพี (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography) แต่หากพบนิ่วในถุงน้ำดี ก็อาจจะต้องรักษาด้วย การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก โดยใช้กล้องส่องผ่านหน้าท้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ซึ่งจะมีแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กประมาณ 0.5 – 1 ซม. เท่านั้น ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการพักฟื้นของคุณให้สั้นลง แผลมีขนาดเล็ก และสามารถกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น .