เครื่องนวด กระตุ้นหัวใจ หรือ เครื่องนวด กระตุ้นหัวใจ EECP (Enchanced External Counterpulsation) นั้นประดิษฐ์คิดค้นขึ้น โดยประเทศสหรัฐอเมริกาโดยใส่สายเข้าไปข้างในหลอดเลือด ต่อมามีผู้คิดว่าควรใส่สายเฉพาะภายนอก และใช้รักษาในผู้ป่วยที่เป็น โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แบบเฉียบพลัน แต่ทว่าไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากเครื่องมือที่ใส่ทางเส้นเลือดได้ผลดีกว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ จึงหยุดไปปรากฏว่าผู้ที่นำเครื่องนวด กระตุ้นหัวใจ ไปใช้อย่างแพร่หลายและได้ผลดีคือประเทศจีน และเป็นผู้พัฒนาศักยภาพของเครื่องต่อมาประเทศสหรัฐอเมริกาจึงนำเครื่องนี่กลับมาใช้อีกครั้ง
หลักการทำงานของเครื่องนวดกระตุ้นหัวใจ
เครื่องนวด กระตุ้นหัวใจ ประกอบด้วยถุงลม 3 คู่ที่เป็น metronical เครื่องอาศัยการบีบและอัดแรงดันเข้าสู่ถุงลมทั้งสามคู่ โดยถุงลมแต่ละคู่จะพันอยู่รอบขาของผู้ป่วยโดยใส่ไว้ที่บริเวณน่อง บริเวณต้นขาส่วนบนและสะโพกการทำงานของเครื่องจะปรับให้เข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจ เนื่องจากชีพจรของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หลักการทำงานคือถุงลมจะบีบตัวขณะหัวใจพัก ซึ่งการบีบตัวขณะที่หัวใจพักนั้นเป็นช่วงเวลาที่หัวใจรับเลือดเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เลือดที่อยู่บริเวณขากลับเข้าสู่หัวใจได้มากขึ้น และถุงลมคลายตัวเมื่อหัวใจหดตัวเพื่อสูบฉีดเลือดออกไป การที่ถุงลมคลายตัวในช่วงนี้ทำให้แรงต้านทานของการบีบตัวของเลือดออกไปลดลงทันที ทำให้เลือดออกจากหัวใจได้ดีขึ้นส่งผลให้เลือดกลับเข้าสู่หัวใจ และทำให้เลือดสูบฉีดออกจากหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้การไหลเวียนของเลือดทั่วทั้งร่างกายดีขึ้น การที่ถุงลมหดตัวขณะที่หัวใจพัก จะมีกลไกที่ทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ที่ไม่ใช่ขาเพิ่มขึ้นด้วยนั่น คือถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่หัวใจไม่ได้บีบตัวแต่เลือดก็ยังสามารถไปเลี้ยงอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้จากการศึกษาพบว่าเลือดที่กลับเข้าสู่อวัยวะต่างๆ เช่นสมอง เส้นเลือดที่ตา เส้นเลือดที่คอ ที่ไต หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดที่หัวใจเพิ่มขึ้น กลไกที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่นอกจากเครื่องนวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจจะทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นแล้ว เลือดยังสามารถกลับเข้าสู่หัวใจได้มากขึ้น ขณะที่หัวใจพักซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด โดยทั่วไปเลือดจะไม่สามารถกลับเข้าสู่หัวใจได้ ในขณะที่หัวใจหดตัวเพราะขณะนั้นแรงดันจะสูงมาก แต่จากการศึกษากลไกการทำงานของเครื่องกลับพบว่า เลือดไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจได้มากที่สุด เมื่อหัวใจกำลังคลายตัวทำให้หัวใจรับเลือดเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น และนี้ก็คือประสิทธิผลที่ทำให้ผู้ป่วย โรคหลอดเลือดหัวใจ ตีบที่รับการรักษาด้วยวิธีนี้ มีเลือดกลับเข้าสู่หัวใจมากขึ้น และดีขึ้นอาการขาดเลือดก็ลดลง ที่สำคัญคือพบว่าผลในการรักษาระยะยาวผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ มีจำนวนเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้การขาดเลือดของหัวใจดีขึ้น เพราะถึงแม้ว่าเส้นเลือดจะตีบแต่หลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้น เลือดก็ยังสามารถไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น ส่วนเหตุที่หลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้นนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะที่หลอดเลือดหัวใจเมื่อได้รับการกระตุ้นก็จะหลั่งออร์โมนเหล่านี้ออกมาเป็นจำนวนมาก หลอดเลือดจึงเปิดออกทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น กลไกนี้คล้ายกับการรักษาด้วยวิธี stem cell หากแต่การรักษาด้วยเครื่อง EECP ปลอดภัยและควบคุมผลที่เกิดขึ้นง่ายกว่า
ข้อดีของการรักษาคือไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หรือผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยสูงอายุผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น ไตวาย ความดันโลหิตสูง ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ และที่สำคัญหลังการรักษาสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เนื่องจากเป็นการรักษาแบบ non-invasive ส่วนข้อจำกัดในการรักษาด้วยวิธีนี้คือ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีเส้นเลือดที่ขาตีบอย่างรุนแรง ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนขาน้อยลง หรือในกรณีที่มีแผลหรือเนื้องอกขนาดใหญ่ที่ขาก็ไม่สามารถใช้เครื่องนี้ได้เช่นกัน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารักษาและค่ารักษาพยาบาล
เนื่องจากการทำงานของเครื่องต้องอาศัยการบีบและอัดแรงดันเข้าสู่ถุงลม อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สบายตัวได้ ดังนั้นก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาต้องควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ และควรปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย เพราะต้องนอนบนเตียงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง สำหรับค่ารักษาด้วยเครื่อง EECP (Enchanced External Counterpulsation) ซึ่งรักษาด้วยวิธีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยการ ขยายหลอดเลือด ด้วยบอลลูนหรือขดลวดแล้ว นับว่าราคาถูกกว่ามากนักคือราคาประมาณ 80,000บาท ต่อการรักษา 35 ครั้ง
ผู้ที่เหมาะต่อการรักษาด้วยเครื่อง EECP
(Enchanced External Counterpulsation)
ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยเครื่องนี้ ส่วนมากคือผู้ป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ป่วยในรายที่ผ่าตัดรักษาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือผู้ที่ผ่านการทำบอลลูนแล้วไม่ดีขึ้นหรือในรายที่ได้รับการรักษาทุกวิธี ผู้ป่วยที่เหมาะต่อการรักษาด้วยเครื่อง EECP เช่นกัน คือผู้ป่วย โรคหัวใจวาย มีข้อมูลออกมารับรองมากขึ้น ว่าสามารถรักษาได้ดีเช่นกัน และเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการมากพอสมควร แต่ยังไม่ต้องทำบอลลูนหรือผ่าตัดก็สามารถที่จะเข้ารับการรักษาแบบนี้ได้