ภาวะความดันโลหิตสูง คือ การมีความดันโลหิตขณะพักมากกว่าหรือเท่ากับ 140 / 90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) โดยกรณีที่ความดันโลหิตอยู่ระหว่าง 120/80 และ 140/90 มิลลิเมตรปรอท แสดงว่า ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มสูง ควรเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตซึ่งจะช่วยควบคุมความดันโลหิตได้
การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมมีความสำคัญ เพราะถ้าปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่นาน ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตมากขึ้น
การรักษาความดันโลหิตสูง มีหลักดังนี้
- จำกัดปริมาณเกลือที่รับประทาน (โซเดียมคลอไรด์ ควรน้อยกว่า 6 กรัมต่อวัน)
- จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 2 Drink ของแอลกอฮอล์ในผู้ชาย
และไม่เกิน 1 Drink ในผู้หญิง ( 15 มิลลิลิตร = 1 drink )
- เบียร์ 360 มิลลิลิตร
- ไวน์ 120 มิลลิลิตร
- วิสกี้ (80 % ) 45 มิลลิลิตร
- ควบคุมน้ำหนักโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารไขมันต่ำ
- การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างต่อเนื่องิ
ข้อปฎิบัติสำหรับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัดหรือมีปริมาณโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูปต่าง ๆ ไส้กรอก กุนเชียง แฮม หมูแผ่น หมูหยอง ผักดองต่าง ๆ เต้าหู้ยี้ ปลาเค็ม ไข่เค็ม เป็นต้น
- ปรุงแต่งรสชาติอาหารควรใช้สารปรุงแต่งรส เช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ้ว ในปริมาณที่พอเหมาะ หลีกเลี่ยงการใช้ผงชูรส เนื่องจากสารปรุงแต่งรสเหล่านี้มีส่วนประกอบของโซเดียมซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูง อาจทำให้มีการสะสมน้ำในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ หัวใจและไต ทำงานหนักมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ปาท่องโก๋ ไก่ทอด มันฝรั่งทอด หรืออาหารที่ใช้น้ำมันปริมาณมากโดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือคอเลสเตอรอลสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันในการปรุงอาหาร และควรเลือกใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหารแทน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
- ควรรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ
- ดื่มนมพร่องมันเนย หรือผลิตภัณฑ์จากนมพร่องมันเนย เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น เต้าหู้ ผักใบเขียว เป็นต้น พบว่า แคลเซียมจากนมจะช่วยในการควบคุมความดันโลหิตได้
- ปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้กินในแต่ละวัน (Thai RDI) ไม่ควรเกิน 2400 มิลลิกรัม
| อาหาร |
หนึ่งหน่วยบริโภค |
โซเดียม |
| ซีอิ้วขาว |
1 ช้อนโต๊ะ |
1160 – 1490 |
| ซอสหอยนางรม |
1 ช้อนโต๊ะ |
420 – 490 |
| กะปิ |
1 ช้อนโต๊ะ |
1430 - 1490 |
| เกลือ |
1 ช้อนโต๊ะ |
2000 |
| ผงชูรส |
1 ช้อนชา |
492 |
| น้ำพริกเผา |
1 ช้อนโต๊ะ |
410 |
| น้ำพริกตาแดง |
1 ช้อนโต๊ะ |
560 |
|
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ปิรามิดอาหารเบาหวานจะบอกสัดส่วนของอาหารที่ต้องการ ในปริมาณน้อยที่สุด 1,600 แคลอรี ถ้าต้องการมากที่สุดคือ 2,300 แคลอรี ในกรณีที่ต้องการลดน้ำหนักควรรับประทานประมาณ 800 – 1,500 แคลอรี โดยให้ลดปริมาณอาหารส่วนไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
ตัวอย่างอาหาร
| กลุ่มอาหาร |
ปริมาณส่วน/วัน |
ปริมาณต่อ 1 ส่วน |
| หมวดข้าวแป้ง |
6-11 ส่วน |
- ขนมปัง 1 แผ่น - ข้าวสวย ½ ถ้วยตวง |
| หมวดผัก |
3-5 ส่วน |
- ผักสด 1 ถ้วยตวง - ผักสุกหรือน้ำผักคั้น ½ ถ้วยตวง |
| หมวดผลไม้ |
2-4 ส่วน |
- ผลไม้สด ½ ถ้วยตวง หรือประมาณส้ม 1 ผล - ผลไม้แห้ง 1/4 ถ้วยตวง |
| หมวดเนื้อสัตว์ |
2-3 ส่วน |
- เนื้อสัตว์สุก 30 กรัม |
| หมวดนม |
2-3 ส่วน |
- นม 240 CC. - โยเกิร์ต 1 ถ้วย |
| หมวดไขมันและน้ำมัน |
2-3 ส่วน |
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา - มายองเนสไขมันต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ |
| หมวดน้ำตาล |
5 ส่วน / สัปดาห์ |
- น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ - แยม 1 ช้อนโต๊ะ |
|