เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นอีกเครื่องหนึ่งที่ให้ในการตรวจหาโรคมะเร็ง เครื่องเอกซเรย์ ชนิดหนึ่งที่ส่งรังสีเอกซ์จากหลอดเอกซเรย์ผ่านไปในอวัยวะที่ต้องการตรวจแล้วไปยังตัวรับข้อมูล จากนั้นคอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและสร้างภาพอวัยวะส่วนนั้นๆขึ้นมา ในระยะหลายปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Spiral CT ทำให้สามารถทำการตรวจเก็บข้อมูลได้มากถึง 64 ภาพ ในการหมุนของหลอดเอกซเรย์ 1 รอบ ทำให้ได้ข้อมูลละเอียด ครอบคลุมอวัยวะที่ต้องการตรวจได้ครบในเวลาอันรวดเร็ว และยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาสร้างภาพใหม่ได้ทั้ง 2 และ 3 มิติ ในระนาบต่างๆที่ต้องการ รวมทั้งสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหว คือ 4 มิติได้ด้วย
การตรวจเพื่อหาโรคมะเร็งในกลุ่มเสี่ยงก่อนที่จะมีอาการ ได้แก่
- มะเร็งปอดในผู้ที่สูบบุหรี่
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ที่มีประวัติในครอบครัว
- มะเร็งตับในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ตับแข็ง และผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี และซี
การตรวจหามะเร็งด้วยเทคโนโลยีอีกอย่างหนึ่งก็คือ MRI คือ เครื่องตรวจร่างกายโดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้ม สูงและคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ(Radio Frequency) เพื่อช่วยในการสร้างภาพเหมือนจริงของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งผลที่ได้มีรายละเอียดและความคมชัดสูงช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความผิดปกติใน ร่างกายได้อย่างอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย แลสามารถตรวจหาเซลล์มะเร็งในเนื่อเยื่อของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างละเอียด
การตรวจด้วย Mammogram (วิธีการเราเรียกว่า Mammography) เป็นเทคโนโลยีทางรังสีวิทยา และคอมพิวเตอร์สารสนเทศ ในปัจจุบันได้พัฒนาคุณสมบัติและความสามารถในการวินิจฉัย จากเดิมที่เป็นการถ่ายรังสี และภาพลงฟิล์มที่เราเคยเห็นและใช้กัน (ขอเรียกว่าเป็นแบบ Analog) ก็พัฒนามาเป็นแบบใหม่ (เรียกว่า Digital mammography) ที่มีใช้กันมากขึ้นในระยะหลัง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีราคาที่สูงขึ้นตามเทคโนโลยี แต่ก็ได้มาซึ่งประโยชน์และข้อดีกว่าระบบเก่าหลายประการ ประโยชน์หลักและสำคัญที่สุดที่ผู้ป่วยได้รับคือ
- ความละเอียดและความคมชัดของภาพมากกว่า ทำให้สามารถเห็นความผิดปกติได้ดีขึ้น ทำให้ความแม่นยำในการตรวจสูงขึ้น
- ลดปริมาณรังสีที่ได้รับลงจากระบบเดิม
- ความเจ็บปวดเต้านมขณะทำน้อยกว่าในระบบเดิม
- ลดขั้นตอนการรอฟิล์มที่ต้องล้างในระบบเดิม และการถ่ายเอกซเรย์ซ้ำกรณีภาพที่ได้คุณภาพไม่ดีพอเนื่องจากภาพที่ได้เป็นข้อมูล Digital มาปรากฎที่หน้าจอ แพทย์สามารถปรับความคมชัดขยายเข้าไปได้จากหน้าจอโดยตรง นอกจากนี้การเก็บข้อมูลยังเก็บในรูปของข้อมูล Digital จึงลดความจำเป็นในการต้องเก็บฟิล์มเป็นแผ่น ซึ่งใช้เนื้อที่มากกว่าและการเรียกข้อมูลมาเปรียบเทียบกับข้อมูลเก่าที่เคยทำมาในปีก่อน ๆ ก็ทำได้ง่ายกว่า
ในกรณีที่พบความผิดปกติจากภาพ Mammogram (ซึ่งอาจจะเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งก็ได้ขึ้นกับลักษณะเฉพาะ ที่ปรากฏในภาพ Mammogram) กรณีที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง แพทย์ก็จะทำการตรวจชิ้นเนื้อหรือเซลล์ในบริเวณนั้นต่อไป อาจจะโดยใช้เข็มขนาดเล็กเจาะดูดเซลล์มาตรวจ, เข็มขนาดใหญ่ตัดชิ้นเนื้อตรวจ, การผ่าตัดเอาบริเวณที่สงสัยออก เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอน ก่อนทำการรักษาเฉพาะต่อไป