CALL CENTER : 02 129 5555

ปัสสาวะบ่อย สาเหตุหลักของไตเสื่อม

    ร่างกายของแต่ละคนจะถ่ายปัสสาวะมากน้อยหรือบ่อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับนิสัยในการฝึกปัสสาวะ รวมทั้งปริมาณน้ำที่ดื่มไปแต่ละวัน กับน้ำที่เสียไปทางเหงื่อและทางอุจจาระ ถ้าเหงื่อออกมาก หรือท้องเสียถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ก็จะทำให้ปัสสาวะน้อยลงได้ การที่มีปัสสาวะบ่อยกว่าที่เคยเป็นอยู่ ในระยะแรกอาจจะสังเกตไม่ค่อยเห็น อาการ ที่ต้องนึกถึงว่าปัสสาวะบ่อยผิดปกติหรือไม่ สังเกตได้จากการตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ในคนปกติจะไม่ตื่นมาปัสสาวะในตอนกลางคืนมากกว่าคืนละครั้ง

     อาการปัสสาวะบ่อยเป็นอาการของโรคไตบางชนิด แต่ความจริงผู้ป่วยที่ปัสสาวะบ่อยอาจจะไม่ได้เป็นโรคไตก็ได้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุอื่นมากกว่า ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคเบาหวาน นอกจากนี้ก็มีโรคเบาจืด โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือว่าดื่มน้ำมากเกินไป ดังนั้นถ้าหากว่าท่านมีอาการปัสสาวะบ่อย หรือว่ามีปริมาณมากกว่าวันละ 3 ลิตร หรือว่าตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหลายๆ ครั้ง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดเพื่อรักษาต่อไป

     ปัสสาวะปกติโดยทั่วไปตอนกลางวันราว 3-5 ครั้ง จากตอนเย็นไปจนถึงเข้านอน 1-2 ครั้ง ตอนกลางคืนหากอายุน้อยอาจไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะเลย จะอยู่ได้เกิน 8 ชม. หากเป็นผู้สูงอายุราว 1-2 ครั้ง เป็นจำนวนสายกลางของคนปกติ ปัสสาวะปกติ เมื่อเข้าไปรวมตัวอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเพื่อรอขับถ่ายออกนั้น ราว 150 ซีซี หรือประมาณ 1 ใน 3 ของความจุกระเพาะปัสสาวะ จะรู้สึกปวดถ่วงบริเวณหัวเหน่านิด ๆ แต่ยังรอได้ รอไปเรื่อย ๆ กระเพาะปัสสาวะค่อยขยายขึ้น จนน้ำปัสสาวะมากราว 300-400 หรือ 500 ซีซี จึงจะปวดถ่าย แล้วแต่ความอดทนหรือความเคยชินของแต่ละคนไป

สาเหตุ

    สาเหตุของอาการปัสสาวะบ่อยมีหลายอย่าง การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุจึงมีความสำคัญมากที่สุด ส่วนใหญ่เกิดจาก การระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอยากปัสสาวะได้ แม้ว่าปริมาณปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะยังไม่มากพอ บางรายเกิดจากสาเหตุที่ไม่ควรละเลย เกิดจากการดื่มน้ำและเครื่องดื่มมากเกินไป โรคที่อยู่นอกกระเพาะปัสสาวะออกไปที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น ผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อย บางคนก็ออกน้อยบางคนก็ออกมาก ส่วนใหญ่ถ้าน้อยกว่า 300 ซีซี อาจจะมีสาเหตุอะไรภายในร่วมอยู่ด้วย คงต้องมาให้แพทย์ตรวจดู อาการอาจเกิดต่าง ๆ กัน ปัสสาวะบ่อย ปวดมากจนต้องรีบไปรอช้าไม่ได้ หรือเล็ดออกมาก่อน รวมทั้งตอนไอหรือจามด้วย โรคเบาหวาน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคที่อาจเกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะ โรคกระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่มากไปซึ่งมักพบบ่อยทั้งชายหญิง กล้าม เนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงจากยาทำให้ความจุน้อยลง หูรูดไม่ค่อยมีแรงบีบรัดตัว ทางเดินปัสสาวะอาจถูกอุดกั้นจากหลายสาเหตุ เช่น นิ่ว โดยทำให้กล้ามเนื้อไวต่อการบีบตัว เมื่อบีบตัวบ่อย ก็จะทำให้ปัสสาวะบ่อย โรคเบาจืด ทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลสารน้ำในร่างกาย ตัวอย่าง ผู้ ป่วยชายอายุ 25 ปี มีอาการปัสสาวะบ่อย จนเพลียมา 6 เดือน น้ำหนักลดอย่างมาก แต่ละครั้งปริมาณปัสสาวะปกติ กลางวัน 10-12 ครั้ง กลางคืน 5-6 ครั้ง ผู้ป่วยดื่มน้ำมากร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีอาการตา มัว โดยเป็นทั้งสองข้าง อาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนดูโทรทัศน์ไม่ได้ ขี่รถมอเตอร์ไซด์ไม่ได้ หลังจากแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้วพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคเนื้องอกสมอง ส่วนต่อมใต้สมอง และทำให้เป็นโรคเบาจืดด้วย ต่อมลูกหมากโตยื่นเข้าในกระเพาะปัสสาวะทำให้เนื้อที่แคบลง จุปัสสาวะได้ไม่มากเหมือนเดิม หญิงที่หลังคลอดหลายท้องเชิงกรานหย่อนไปดึงรั้งท่อปัสสาวะมาก 

อาการ

    มักพบร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะขัด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะมาก เป็นต้น ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เป็นอาการที่พบได้ในเพศหญิง วัยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะวัยกลางคน อาการอาจจะแทรกซ้อนอยู่ในกลุ่มโรคต่าง ๆ ในกลุ่มผู้สูงอายุทั้งสองเพศ ตลอดจนผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เป็นที่คาดการณ์ว่า อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของประชากร ทั่วโลกเป็นจำนวนหลายสิบล้านคน ทั้งเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในสังคม การประกอบอาชีพ การใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหาต่อสรีระร่างกาย รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ และสุดท้ายยังส่งผลทำให้เป็นปมด้อยต่อสภาพจิตใจ ปัญหาการที่มีปัสสาวะรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ปัสสาวะเล็ดขณะไอ หรือจาม เมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบท เมื่อกลั้นไม่อยู่ หรือมีปัสสาวะซึมโดยไม่รู้สึกตัว เชื้อ โรคที่เป็นสาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักจะเป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ บริเวณปลายของท่อปัสสาวะ และจะเป็นที่ใกล้กับทางเดินอุจจาระด้วย เชื้อโรคจะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายในอวัยวะเพศของผู้หญิง กระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงพบได้ง่ายในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะคนที่ชอบกลั้นปัสสาวะ อาการที่สำคัญ เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแล้วรู้สึกแสบ ขัด สีของปัสสาวะขุ่น และมีไข้ขึ้น ถ้าหากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจปัสสาวะ และนำปัสสาวะไปเพาะเชื้อเพื่อหาเชื้อโรคในกระเพาะปัสสาวะ แพทย์จะให้การรักษาโดยการรับประทานยาฆ่าเชื้อ ถ้าปล่อยให้มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบนาน ๆ โดยไม่รับการรักษา จะทำให้การติดเชื้อนั้นสวนขึ้นไปจนถึงกรวยไต ทำให้กรวยไตอักเสบตามไปด้วย การป้องกันไม่ให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่สำคัญ คือ การไม่กลั้นปัสสาวะ โรคเบาหวาน โรคเบาจืด
     ในกรณีที่เกิดจากโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย
อาการอื่นๆของโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น อาการปัสสาวะไม่สุด มักพบร่วมกับปัญหาของกล้ามเนื้อเรียบของกระเพาะปัสสาวะ เส้นประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะปัสสาวะ ในบางรายอาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ไขสันในส่วนที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะ ปัสสาวะ

 

การวินิจฉัย

    ส่วนใหญ่สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการตรวจปัสสาวะ หากพบความผิดปกติ เช่น พบหลักฐานการติดเชื้อ จะช่วยให้การวินิจฉัยได้เลยurodynamics study บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีละเอียด เช่น โรคเบาจืดอาจมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในต่อมใต้สมองหรือเกิดจากความผิดปกติของไต แนวทางการวินิจฉัยหาสาเหตุอาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจปริมาณโซเดียมในปัสสาวะ ตรวจความเข้มข้นของปัสสาวะหลังจากอดน้ำ เป้นต้น ซักถามประวัติอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน
 

การรักษา

    การรักษาขึ้นกับสาเหตุ เท่าที่มีการศึกษาเปรียบเทียบยาหรือสารต่างๆที่กล่าวอ้างว่าช่วยบำรุงไต ไม่พบว่าชนิดใดมีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาอย่างมีนัยสำคัญ วิธีการแก้ไขเบื้องต้น ส่วนใหญ่จะพบจากพฤติกรรมรอบ ๆ ตัวเราที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ดังนั้นเริ่มแรกจึงแก้ไขไปตามสาเหตุเช่นที่เคยเริ่มปวดก็ไปห้องน้ำทันที ลองอดทนรอดูก่อน จนปวดมากหน่อยค่อยไป จะค่อยใช้เวลานานขึ้นแล้วค่อยชินไปเอง ก่อนนอน ก่อนเดินทาง ไม่ควรดื่มน้ำมาก น้ำชา กาแฟ แอลกอฮอล์ ดื่มมากก็ถ่ายบ่อย ผลไม้ก่อนนอน แคนตาลูป สับปะรด องุ่น จะทำให้ปัสสาวะบ่อย ยาบางชนิดที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะก็ควรกินแต่วันหน่อย ฤทธิ์ขับปัสสาวะจะได้ห่างไป อากาศที่หนาวเย็น น้ำเย็น เป็นตัวกระตุ้นอย่างดี ด้านจิตใจก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่น ตอนออกเดินทาง หากจิตใจมัวกังวลเรื่องห้องน้ำอยู่เสมอ คิดแต่เรื่องจะปวดปัสสาวะ ปวดแล้วจะไปพบห้องน้ำที่ไหน รอดูตลอดเวลาว่าจะปวดหรือยัง มีส่วนทำให้ปัสสาวะได้บ่อยเช่นกัน ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เนื่องจากผลการรักษาอาจแตกต่างกันได้มาก

การป้องกัน

    ควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการปัสสาวะ บันทึกความถี่และปริมาณคร่าวๆของปัสสาวะเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคและติดตามผลการรักษา รักษาสุขอนามัยที่ถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ