เริมที่อวัยวะเพศ

 

เชื้อสาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัส herpes simplex virus (HSV) พบ HSVtype 2 ร้อยละ 70 – 95 HSV type 1 ร้อยละ 5 – 30

ระยะฟักตัว
2 – 14 วัน

ลักษณะทางคลินิก
ผู้ป่วยที่เป็นเริมครั้งแรกมักมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต มักมีรอยโรคหลายแห่ง บริเวณ penis, vulva หรือ ก้น เป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ มีอาการแสบร้อนและคัน จากนั้นภายใน 24 – 48 ชั่วโมง  ตุ่มน้ำแตกเป็นแผลตื้น ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 – 5 มิลลิเมตร มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ผิวหนังบริเวณที่เป็นแผลจะบวมแดง และเจ็บปวดมาก แผลที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม จะค่อย ๆแห้ง ตกสะเก็ด และหายได้โดยไม่เกิดแผลเป็นในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์บางรายมีอาการปัสสาวะลำบาก หรือแสบร้อนในท่อปัสสาวะ

ผู้ป่วยชาย
มักพบแผลที่ prepuce, glan penis,   shaft ของ penis

ผู้ป่วยหญิง
มัก มีอาการรุนแรงกว่า พบที่อวัยวะเพศ ผนังช่องคลอด ปากมดลูก รอบทวารหนัก อาจมีการอักเสบของปากช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปากมดลูกด้วย ถ้าเป็นบริเวณปากช่องคลอด ตุ่มน้ำมักจะแตกไว ในระยะแรก จะมีขนาดโต แยกกันอยู่หลายเม็ด อยู่กันเป็นกลุ่มๆ และอยู่ใกล้ ๆกัน เมื่อตุ่มน้ำแตกจะเกิดเป็นแผลตื้นๆที่มีขอบเป็นวง ๆต่อกัน (polycyclic ulcer)

การเกิดโรคซ้ำ  อาการรุนแรงน้อยกว่าครั้งแรก มักมีแผลเล็ก ๆ หรือตุ่มน้ำเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งอาจหายได้เองภายใน 7 –10 วัน ปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรคซ้ำ ได้แก่ ความเครียด แสงแดด สภาวะร่างกายอยู่ในช่วงพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทานลดลง รอบเดือน

กรณีที่เป็นเริมที่อวัยวะเพศ ทารกที่คลอดผ่านทางช่องคลอดของมารดาที่เป็นตุ่มน้ำ หรือแผลเริมในช่วงเวลาใกล้คลอด จะมีโอกาสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อจากมารดา (ร้อยละ 30–50) และจะมีความเสี่ยงต่ำในมารดาที่มีประวัติเป็นเริมซ้ำเมื่อครบกำหนดคลอด และมารดาที่ติดเชื้อเริมในช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์   (ร้อยละ 3)