Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
Hotline

เส้นเลือดหัวใจตีบ สัญญาณเตือน อาการ การป้องกันและรักษา

20 ส.ค. 2569


เส้นเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่อาจคร่าชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย ผู้ป่วยหลายรายไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนในระยะแรก จนกระทั่งเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ด้วยเหตุนี้ การตรวจสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พบความผิดปกติได้ก่อนที่โรคจะเป็นมากขึ้น บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ตั้งแต่อาการ ปัจจัยเสี่ยง การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการตรวจสุขภาพหัวใจที่ทุกคนควรรู้


เส้นเลือดหัวใจตีบคืออะไร

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) เกิดจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล ที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ จนกลายเป็นคราบไขมัน (Plaque) ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแคบลง ปริมาณเลือดและออกซิเจนจึงไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายมีกิจกรรมหรือออกแรงมากขึ้น

หากหลอดเลือดตีบมากหรือเกิดการอุดตันเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดอย่างรุนแรง นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต


ทำไมเส้นเลือดหัวใจตีบจึงอันตราย

  • มักไม่มีอาการเตือนในระยะแรก หลายคนไม่รู้ตัวว่าหลอดเลือดเริ่มตีบจนกระทั่งเกิดภาวะเฉียบพลัน
  • อาจเกิดขึ้นกะทันหัน ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสามารถเกิดได้แม้ในผู้ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแรงดี
  • โอกาสรอดขึ้นอยู่กับเวลา ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไร โอกาสรอดและการฟื้นตัวก็ยิ่งสูง ทุกนาทีจึงมีความหมาย

ด้วยเหตุนี้ การรู้จักสัญญาณเตือนและการตรวจสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม


สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับ มักเป็นบริเวณกลางอกหรือค่อนไปทางซ้าย
  • อาการเจ็บร้าวไปที่แขนซ้ายหรือขวา กราม คอ หรือหลัง
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย
  • ใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม อาจพบร่วมได้ แต่ไม่จำเพาะต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ ตัวเย็น คลื่นไส้ อาจพบร่วมได้ขณะเจ็บแน่นอกรุนแรง

ภาวะฉุกเฉิน: หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกรุนแรง ไม่ทุเลา หรือมีอาการร่วม เช่น เหงื่อแตก หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ให้รีบโทร 1669 เพื่อเข้ารับการประเมินและรักษาฉุกเฉินทันที


ปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้

  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคเบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ความเครียดสะสม
  • การรับประทานอาหารไขมันสูงและเค็มจัด

ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

  • อายุที่มากขึ้น
  • เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่า (แต่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น)
  • ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

จะเห็นได้ว่าปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ การดูแลตนเองตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก


การป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดอาหารไขมันสูง ของทอด และอาหารเค็มจัด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือด ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควรประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง อาจจำเป็นต้องตรวจหัวใจเพิ่มเติมโดยพิจารณาตามอาการ ระดับความเสี่ยง และดุลยพินิจของแพทย์

การตรวจสุขภาพหัวใจ ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสุขภาพหัวใจช่วยให้พบความเสี่ยงและความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดภาวะรุนแรง โดยแพทย์อาจเลือกใช้การตรวจต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น

  • การประเมินความเสี่ยงพื้นฐาน ได้แก่ ความดันโลหิต (BP), ดัชนีมวลกาย (BMI), ระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile), ระดับน้ำตาล (Glucose/HbA1c), ประวัติการสูบบุหรี่และประวัติครอบครัว
  • การประเมินด้านหัวใจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ได้แก่
    • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ประเมินจังหวะการเต้นและความผิดปกติเบื้องต้นของหัวใจ
    • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiogram) ดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ
    • การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) ประเมินการทำงานของหัวใจขณะออกแรง สามารถใช้เป็นการตรวจเพื่อช่วยวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจตีบได้
    • การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score) ใช้ประเมินปริมาณหินปูนที่จับกับคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต โดยเฉพาะในผู้ที่ยังไม่มีอาการและมีระดับความเสี่ยงที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการวางแผนป้องกัน และใช้เป็นเครื่องมือช่วยพยากรณ์โรคได้ดี
    • การฉีดสีสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) เป็นการตรวจแบบรุกล้ำ โดยแพทย์ทำการสวนเส้นเลือดหัวใจฉีดสารทึบรังสี เพื่อให้แสดงตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบของหลอดเลือดหัวใจได้โดยตรง ใช้ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ และสามารถวางแผนหรือให้การรักษาผ่านสายสวนในคราวเดียวกันได้เมื่อเหมาะสม

ใครควรตรวจสุขภาพหัวใจ

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นระยะ
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือสูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะเกิดในคนอายุน้อยในครอบครัว
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม
  • ผู้ที่เริ่มมีอาการเข้าข่ายโรคหัวใจ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือแน่นหน้าอก

การตรวจสุขภาพหัวใจไม่ใช่เรื่องของผู้ที่มีอาการเท่านั้น แต่เป็นการดูแลเชิงป้องกันที่ช่วยให้อุ่นใจและวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถดูรายละเอียด แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ เพื่อวางแผนตรวจได้


แนวทางการรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ โดยทั่วไปแบ่งเป็น

การปรับพฤติกรรมและการใช้ยา

ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจทุกราย แพทย์จะแนะนำให้ปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยา เช่น ยาลดไขมัน ยาต้านเกล็ดเลือด และยาควบคุมโรคประจำตัว (เบาหวาน ความดันโลหิต) เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงและลดโอกาสเป็นโรคซ้ำ รวมถึงป้องกันในผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูงแต่ยังไม่มีหลอดเลือดหัวใจตีบด้วย

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI)

แพทย์ทำการรักษาผ่านทางสายสวนหัวใจเข้าไปขยายหลอดเลือดในจุดที่ตีบมาก มีข้อบ่งชี้ หรือบริบทที่เหมาะสม และอาจใส่ขดลวด (Stent) เพื่อค้ำหลอดเลือดให้เปิดกว้างในตำแหน่งตีบนั้น ๆ

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Bypass Surgery)

พิจารณาในผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะและตำแหน่งการตีบซับซ้อนหรือมีโรคหลอดเลือดหัวใจหลายเส้น โดยศัลยแพทย์จะนำหลอดเลือดจากส่วนอื่นมาต่อเบี่ยงข้ามจุดที่ตีบ

แนวทางที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ


คำถามที่พบบ่อย

เส้นเลือดหัวใจตีบมีสัญญาณเตือนทุกคนไหม ไม่เสมอไป หลายรายไม่มีอาการชัดเจนจนกระทั่งเกิดภาวะเฉียบพลัน การตรวจสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันจึงสำคัญ โดยเฉพาะผู้มีปัจจัยเสี่ยง

คนอายุน้อยเป็นโรคนี้ได้ไหม ได้ แม้จะพบมากในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยลง โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ มีภาวะอ้วน เครียดสะสม หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ควรเริ่มตรวจสุขภาพหัวใจเมื่อไร ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตรวจสุขภาพหัวใจ ไม่ควรรอให้มีอาการก่อน

ออกกำลังกายหนักเสี่ยงหัวใจวายหรือไม่ การออกกำลังกายสม่ำเสมอดีต่อหัวใจ แต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์และเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อความปลอดภัย


ตรวจสุขภาพหัวใจ ก่อนสายเกินไป

ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถลดลงได้ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การดูแลสุขภาพ และการรักษาที่เหมาะสม การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสมก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ โรงพยาบาลปิยะเวท เริ่มต้นดูแลหัวใจของคุณและคนที่คุณรัก ด้วยการตรวจสุขภาพหัวใจเชิงป้องกัน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูรายละเอียดและเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณได้ที่ https://tinyurl.com/mufx8dwt

หากมีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ ปรึกษาทีมแพทย์ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลปิยะเวท สายด่วน 1489 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์หัวใจ อาคารหลัก ชั้น G โรงพยาบาลปิยะเวท

 
ติดตามข่าวสารของทางโรงพยาบาลได้ที่
www.piyavate.com และ www.facebook.com/piyavate 
สอบถามเพิ่มเติม 02-129-5555
Go to top
Copyright © 2026 Piyavate Hospital All rights reserved.