Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
Hotline

PTSD “โรคเครียด ภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ”

29 มี.ค. 2567

PTSD โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ อาการและการรักษา

เหตุการณ์รุนแรงบางอย่างทิ้งร่องรอยไว้นานกว่าที่คิด หลายคนผ่านอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ ความรุนแรง หรือการสูญเสียคนใกล้ตัวอย่างกะทันหันมาแล้วหลายเดือน แต่ยังฝันร้าย ยังสะดุ้งตกใจง่าย และยังไม่กล้าพูดถึงเรื่องนั้น อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ PTSD ซึ่งเป็นภาวะที่รักษาได้ และควรได้รับการดูแลจากแพทย์


PTSD คืออะไร

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คือภาวะความผิดปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เช่น การสูญเสียอย่างฉับพลันต่อหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบเหตุการณ์นั้นเองหรือเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ภาวะนี้ทำให้เกิดความเครียดทางจิตใจเปรียบเสมือน "แผลทางใจ" ที่ยังไม่หาย จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง


PTSD ต่างจากภาวะเครียดเฉียบพลันอย่างไร

ปฏิกิริยาทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ

ระยะที่ 1 ภาวะเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder – ASD)

เกิดขึ้นภายใน 1 เดือนแรกหลังเหตุการณ์ ผู้ประสบเหตุจะมีภาวะเครียดฉับพลัน ซึ่งในหลายรายอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงและหายได้เองเมื่อได้รับการดูแลและการพักผ่อนที่เหมาะสม

ระยะที่ 2 PTSD

หากผ่านเหตุการณ์มาแล้วเกิน 1 เดือน แต่อาการยังคงอยู่หรือรุนแรงขึ้น จนกระทบต่อการใช้ชีวิต จะเข้าข่ายภาวะ PTSD ซึ่งควรได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์


อาการของ PTSD

อาการของ PTSD แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก

1. เหตุการณ์ตามมาหลอกหลอน (Re-experiencing)

ยังรู้สึกเหมือนเหตุการณ์นั้นกำลังจะเกิดซ้ำ เช่น ฝันร้ายบ่อย ๆ หลับตาทีไรก็ยังเห็นภาพเหตุการณ์นั้น หรือตกใจกลัวขึ้นมาเมื่อนึกถึง

2. หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นความทรงจำ (Avoidance)

พยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงหรือนึกถึงเหตุการณ์นั้น รวมถึงหลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือสิ่งของที่ทำให้หวนนึกถึง

3. อารมณ์และความคิดเปลี่ยนไปในทางลบ

ไม่ยินดียินร้าย ทำตัวเฉยชา ห่างเหินจากคนรอบข้าง ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกด้านบวกได้ บางรายมีภาวะซึมเศร้าและโทษตัวเองว่ามีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น

4. ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป (Hyperarousal)

ร่างกายไม่ยอมผ่อนคลาย รู้สึกกระวนกระวาย ใจสั่น สะดุ้งตกใจง่าย ไม่มีสมาธิ โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งกระตุ้นให้นึกถึงเหตุการณ์ จะยิ่งตื่นตระหนกและข่มตานอนไม่หลับ


ผลกระทบที่อาจตามมาหากไม่ได้รับการรักษา

หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล PTSD อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น

  • โรคซึมเศร้า
  • โรควิตกกังวล
  • การเสพติดแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด
  • ความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง

เมื่อไรควรพบแพทย์

ควรเข้าปรึกษาแพทย์เมื่อ

  • ผ่านเหตุการณ์มาแล้วเกิน 1 เดือน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น
  • อาการรบกวนการนอน การทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • เริ่มใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อบรรเทาความรู้สึก
  • มีความคิดทำร้ายตัวเอง กรณีนี้ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

แนวทางการรักษา PTSD

PTSD เป็นภาวะที่รักษาได้ และยิ่งเข้ารับการรักษาเร็วเท่าไร โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น แนวทางการรักษาที่ใช้กันโดยทั่วไป ได้แก่

  • จิตบำบัด เป็นแนวทางหลักในการรักษา แพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้ผู้ป่วยค่อย ๆ ปรับมุมมองและจัดการกับความทรงจำที่กระทบจิตใจได้อย่างปลอดภัย
  • การใช้ยา ในบางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อช่วยลดอาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือปัญหาการนอน ควบคู่กับจิตบำบัด
  • การดูแลตนเองและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดแอลกอฮอล์ และมีคนใกล้ชิดที่รับฟัง ล้วนช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

แนวทางที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการประเมินของแพทย์


ดูแลคนใกล้ตัวที่มีภาวะ PTSD อย่างไร

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่เร่งให้เล่าเหตุการณ์หากเขายังไม่พร้อม
  • หลีกเลี่ยงคำพูดที่ทำให้รู้สึกผิด เช่น "ทำไมยังไม่ลืมอีก" หรือ "คนอื่นก็เจอเหมือนกัน"
  • ช่วยดูแลเรื่องพื้นฐาน เช่น การกิน การนอน และการไปพบแพทย์ตามนัด
  • ชวนเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ให้เร็วที่สุด และเสนอตัวไปเป็นเพื่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PTSD

PTSD หายขาดได้ไหม อาการดีขึ้นได้มากเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนมากกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ระยะเวลาการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

PTSD เกิดกับใครได้บ้าง เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้ที่ประสบเหตุการณ์โดยตรง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และผู้ที่สูญเสียคนใกล้ชิดอย่างกะทันหัน

เครียดหลังเหตุการณ์รุนแรงถือเป็น PTSD ทุกคนหรือไม่ ไม่ใช่ ในเดือนแรกถือเป็นปฏิกิริยาปกติของจิตใจ (ASD) ซึ่งหลายรายทุเลาได้เอง จะเข้าข่าย PTSD เมื่ออาการยังคงอยู่เกิน 1 เดือนและกระทบการใช้ชีวิต

"We care for you like family"
โรงพยาบาลปิยะเวท เราให้บริการ ดุจญาติมิตร
ติดตามข่าวสารของทางโรงพยาบาลได้ที่
www.piyavate.com และ www.facebook.com/piyavate 
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1489 หรือ 02-129-5555
Go to top
Copyright © 2026 Piyavate Hospital All rights reserved.